เสียงในภาษามี ๓ ชนิด

posted on 26 Oct 2010 13:32 by jiraput101

เสียงในภาษามี ๓ ชนิด

     เสียงในภาษามี ๓ ชนิดได้แก่
             ๑.เสียงสระ
             ๒.เสียงพยัญชนะ
             ๓.เสียงวรรณยุกต์

     - เสียงสระ
               เสียงสระ หรือเสียงแท้ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอโดยตรง  โดยไม่ถูกสกัดกั้นในฐานใด ๆ แต่มีการเปลี่ยนแปลงระดับของรูปลิ้นและรูปริมฝีปากลมผ่านเส้นทำให้เสียงสั่นสะเทือน  เกิดเป็นเสียงก้อง
               อวัยวะที่มีบทบาทสำคัญในการดัดแปลงลมจากปอดให้เป็นเสียงสระต่าง ๆ ได้แก่ริมฝีปากกับลิ้นนั่นคือการเปล่งเสียงสระ  ริมฝีปากจะเปลี่ยนรูปเป็นริมฝีปากห่อหรืไม่ห่อลักษณะของลิ้นจะอยู่ในตำแหน่งระดับต่างๆกัน
                                                   เสียงสระ     เกิดจากลม  -  ปอด  -  หลอดลม  -  กล่องเสียง
                                                                                                                       /          \
                                                                                                                 ปาก          จมูก

            ๑.รูปสระในภาษาไทย
                         รูปสระในภาษาไทยมีทั้งหมด ๒๑ รูป เขียนเป็นเครื่องหมายและมีชื่อเรียกต่างกัน  บางเครื่องหมายใช้โดดๆ ก็มี บางเครื่องหมายใช้ประสมกับรูปสระอื่นเพื่อให้เกิดเสียงสระใหม่สระทั้ง ๒๑ รูปมีดังนี้
๑) – ะ เรียกว่า วิสรรชนีย์
๒) - า  เรียกว่า  ลากข้าง
๓) - ิ เรียกว่า พินทุอิ
๔) - ํ เรียกว่า  หยาดน้ำค้าง หรือ นิคหิต (นฤคนิต)
๕) - ั เรียกว่า  ไม้หันอากาศ หรือไม้ผัด
๖) - ่  เรียกว่า ฝนทอง
๗) - ็เรียกว่าไม้ไต่คู้
๘) - ุ  เรียกว่า  ตีนเหยียด
๙) - ู เรียกว่า  ตีนคู้
๑๐) เ- เรียกว่า  ไม้หน้า
๑๑) ใ- เรียกว่า  ไม้ม้วน
๑๒) ไ-  เรียกว่า ไม้มลาย
๑๓) โ-  เรียกว่า  ไม้โอ
๑๔) ฤ  เรียกว่า  ตัวรึ
๑๕)  ฤๅ เรียกว่า  ตัวรือ
๑๖)  ฦ เรียกว่า  ตัวลึ
๑๗)  ฦๅ เรียกว่า ตัวลือ
๑๘)  - อ เรียกว่า ตัวออ
๑๙) - ย  เรียกว่า  ตัวยอ
๒๐) -ว  เรียกว่า  ตัววอ
๒๑) ่ ่  เรียกว่า  ฟันหนู

 

๒.เสียงสระในภาษาไทย
           
เสียงสระในภาษาไทยมีทั้งหมด ๒๔ เสียง  แบ่งออกเป็น๒ชนิด คือ  สระเดี่ยว ๑๘ เสียง  และสระประสม ๖ เสียง
                   ๑) สระเดี่ยว  บางทีเรียกว่าสระแท้ เป็นเสียงสระที่เกิดจากการเปล่งเสียงออกจากลำคอ  แล้วถูกลิ้นหรือริมฝีปากเกลาเสียง  เกิดเสียงเพียงฐานเดียว  ซึ่งจะประกอบด้วยสระเสียงสั้น  และสระเสียงยาว
                   ๒)สระประสม  เป็นเสียงสระที่ออกเสียงสระแท้ ๒ เสียงประสมกันจึงเรียกว่า "สระประสม" หรือเรียกว่า "สระเลื่อน" เพราะเมื่อออกเสียงสระหนึ่งแล้วเปลี่ยนเป็นออกเสียงสระอีกเสียงหนึ่ง  ลิ้นจะเปลี่ยนจากลักษณะหนึ่งไปเป็นอีกลักษณะหนึ่ง ในขณะที่ออกเสียงจะทำให้รูปริมฝีปากเปลี่ยนไป

-เีสียงพยัญชนะ
           เสียงพยัญชนะหรือเสียงแปร  เป็นเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอ  แล้วถูกสกัดกั้นจากฐานต่างๆ  จนทำให้เกิดเสียงก้อง  และไม่ก้อง
                                                           เสียงพยัญชนะ  เกิดจากลม - ปอด - หลอดลม (ถูกถัก)
                                                                                                                          /       \ 
                                                                                                                        ปาก     จมูก
           ๑)ที่เกิดของพยัญชนะ
                     พยัญชนะไทยมีทั้งหมด ๔๔ รูป  สามารถแบ่งตามที่เกิดหรือที่เรียกว่า "ฐานกรณ์" ได้ ๕ ฐานกรณ์ หรือ ๕ วรรค กับ ๑ เศษวรรค  โดยพยัญชนะที่จัดเข้าวรรคได้  จะจัดได้เป็นเศษวรรค ดังนี้

 แถวที่

 ๑      ๒     ๓     ๔     ๕

 พยัญชนะที่ไทยเพิ่ม

หมายเหตุ

 ฐานกรณ์

 วรรคกะ (ฐานคอ)

    ก       ข     ค      ฆ     ง

 ฃ   ฅ

 ง น ม ๓ ตัีวนี้เรียกว่า   พยัชนะ "นาสิก"  เพราะเสียงออกทางจมูก

 วรรคจะ (ฐานเพดานแข็ง)

    จ       ฉ     ช      ฌ    ญ

 ซ

 วรรคฏะ (ฐานปุ่มเหงือก)

    ฏ       ฐ     ฑ     ฒ     ณ

 ฎ

 วรรคตะ (ฐานฟัน)

    ต       ถ     ท      ธ     น

 ด

 วรรคปะ (ฐานริมฝีปาก)

    ป       ผ     พ      ภ     ม

 บ  ฝ  ฟ

 เศษวรรค

    ย       ร      ล     ว  ส  ห ฬ
                 ํ (นิคหิต)

 ศ  ษ  อ  ฮ

 ํ นิคหิตจัดเป็นพยัญชนะด้วย

หมายเหตุ : พยัญชนะสันสกฤตเพิ่มอีก ๒ ตัวคือ ศ ษ

 

  ๒)เสียงและรูปพยัญชนะ
                            ๒.๑ พยัญชนะเดี่ยว
                                   พยัญชนะเดี่ยวมีทั้งหมด ๔๔ ตัว  แต่มีเพียง ๒๑ เสียง ดังนี้

เสียงพยัญชนะ

ใีืช้แทนรูปพยัญชนะ

๑. เสียงพยัญชนะ ก

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ก

๒. เสียงพยัญชนะ ค

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ข ฃ ค ฅ ฆ

๓. เสียงพยัญชนะ ง

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ง

๔. เสียงพยัญชนะ จ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ จ

๕. เสียงพยัญชนะ ช

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ฉ ช ฌ

๖. เสียงพยัญชนะ ซ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ซ ศ ษ ส

๗. เสียงพยัญชนะ ด

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ด ฎ

๘. เสียงพยัญชนะ ต

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ต ฏ

๙. เสียงพยัญชนะ ท

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ฐ ถ ฑ ฒ ท ธ

๑๐.เสียงพยัญชนะ น

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ณ น

๑๑.เสียงพยัญชนะ บ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ บ

๑๒.เสียงพยัญชนะ ป

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ป

๑๓.เสียงพยัญชนะ พ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ผ พ ภ

๑๔.เสียงพยัญชนะ ฟ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ฝ ฟ

๑๕.เสียงพยัญชนะ ม

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ม

๑๖.เสียงพยัญชนะ ย

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ญ ย

๑๗.เสียงพยัญชนะ ร

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ร

๑๘.เสียงพยัญชนะ ล

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ล ฬ

๑๙.เสียงพยัญชนะ ว

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ว

๒๐.เสียงพยัญชนะ อ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ อ

๒๑.เสียงพยัญชนะ ฮ

ใช้แทนรูปพยัญชนะ ห ฮ

คำว่า "พื้นเมือง" หมายถึงเสียงวรรณยุกต์ของพยางค์ที่ไม่มีรูปวรรณยุกต์ เช่น กา  ปลา  ขา  ลา  เป็นต้น

 

 ๔.๒ พยัญชนะประสม
                                       พยัญชนะประสม คือ พยัญชนะ ๒ ตัว  ประสมกันด้วยสระเดียวกันพิจารณาในแง่การออกเสียง มีลักษณะดังนี้
                              ๑)อักษรควบ  คือพยัญชนะซึ่งควบกับ  ร  ล  ว และประสมสระเดียวกันแบ่งออกเป็น ๒ ชนิดคือ
                                          (๑)  อักษรควบแท้  เป็นพยัญชนะควบกล้ำหรือพยัญชนะประสมที่ออกเสียงพยัญชนะทั้ง ๒ ตัวพร้อมกัน  มีทั้งสิ้น ๑๑ เสียง ๑๕ รูป  นอกจากนี้ยังนี้ีืยังมีคำเีสียงควบกล้ำใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในภาษาไทย เพราะได้รับอิทธิืพลจากภาษาต่างชาติอย่างภาษอังกฤษ เช่น บร  ได้แก่ เบรก บริดจ์  บรั่นดี เป็นต้ัน , บล  ได้แก่  บล็อก  เป็นต้น , ปร ได้แก่ โปรตีน  โปรตอน  เป็นต้น , ดร ได้แก่ ดรัมเมเยอร์  ดราฟต์ เป็นต้น
                                        
 (๒)อักษรวบไม่แท  เป็นพยัญชนะที่มีรูปเขียนเป็นพยัญชนะควบกล้ำพยัญชนะ "ร"  แต่ออกเสียงเป็นพยัญชนะเดี่ยว  จะออกเสียงเฉพาะพยัญชนะตัีวแรกเท่านั้น   นอกจากนี้ยังมีรูปพยัญชนะ "ทร"  แต่ออกเสียงเปลี่ยนเป็นเสียงพยัญชนะ  "ซ"  เช่นคำว่าีื  ไทร  แทรก  ทรัพย์  ทราบ  ทรง ทรุดโทรม  พุทธา  เป็นต้น
                             ๒) อักษรนำ  คือออกเสียงพยางค์หรือคำที่มีพยัญชนะสองตัวเรียงกันเช่นเดียวกับพยัญชนะควบกล้ำและใช้สระตัวเดียว

                 หมายเหตุ:อักษรควบกล้ำไม่แท้นี้ในทางภาษาศาสตร์ไม่ถือว่าเป็นพยัญชนะควบกล้ำเพราะไม่ได้ออกเสียงยัญชนะทั้ง ๒ ตัว

 

-วรรณยุกต์  หมายถึงการใช้เครื่องหมายแสดงเสียงสูงต่ำของอักษร  วรรณยุกต์แบ่งออกเป็น ๒ อย่างคือ
                    (๑)  รูปวรรณยุกต์ มี ๔ รูปคือ
                           ( ่ )  เรียกว่า  ไม้เอก
                           (  ้)  เรียกว่า   ไม้โท
                           (  ๊ ) เรียกว่า   ไม้ตรี
                           ( ๋ )  เรียกว่า    ไม้จัตวา
                    (๒)  เสียงวรรณยุกต์ มี ๕ เสียง  คือ
                            - เสียงสามัญ  เช่น  ตา  ยา  ดาว  ปลา
                            - เสียงเอก     เช่น  ไข่  ถี่  ไผ่  ปี่
                            - เสียงโท       เช่น  ค่า  บ้าน  ป้า  บ้า
                            - เสียงตรี       เช่น  เชิ้ต  นิ้ว  ค้า  โน้ต
                            - เสียงจัตวา    เช่น  หมู  ขา  ของ  หนา

Comment

Comment:

Tweet